แจกฟรี 100 ChatGPT Prompt สำหรับข้าราชการ
แจกฟรี อ่าน 5 นาที 17 วิว

แจกฟรี 100 ChatGPT Prompt สำหรับข้าราชการ

T
Terbto Training
09 September 2026

100 Prompt สำหรับข้าราชการไทย: ใช้ AI ช่วยงานราชการให้เร็วขึ้นโดยไม่เสียมาตรฐาน

บทความนี้รวบรวม Prompt (คำสั่งสำหรับสั่งงาน AI) จำนวน 100 ชุด ครอบคลุมงานราชการ 20 ด้าน ตั้งแต่การร่างหนังสือราชการ การสรุปกฎหมาย ไปจนถึงการวางแผนงานประจำปี ใช้ได้กับ ChatGPT, Claude, Gemini และ AI ผู้ช่วยอื่นที่หน่วยงานอนุญาต

จุดต่างของบทความนี้คือ Prompt ทุกชุดถูกเขียนแบบ "ใช้ได้ทันที" ไม่ใช่แค่หัวข้อสั้น ๆ แต่ละชุดกำหนดบทบาทให้ AI ระบุบริบท ข้อจำกัด และรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการไว้ครบ ผู้ใช้เพียงเติมข้อมูลในวงเล็บเหลี่ยม [...] ให้ตรงกับงานของตนเอง

ก่อนเริ่มใช้: 3 เรื่องที่ต้องรู้

1. สูตรของ Prompt ที่ได้ผล

Prompt ที่ให้ผลลัพธ์ดีมักมีองค์ประกอบ 5 ส่วน จำง่าย ๆ ว่า บทบาท – บริบท – งาน – ข้อจำกัด – รูปแบบ

  • บทบาท — บอก AI ว่าให้สวมบทบาทอะไร เช่น "คุณคือนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ"
  • บริบท — หน่วยงานไหน ผู้อ่านคือใคร เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร
  • งาน — สั่งด้วยกริยาเดียวชัด ๆ ร่าง / สรุป / เปรียบเทียบ / ตรวจ
  • ข้อจำกัด — ความยาว ระดับภาษา ระเบียบที่ต้องอ้างอิง สิ่งที่ห้ามทำ
  • รูปแบบ — ตาราง หัวข้อย่อย บันทึกข้อความ หรือร่างเต็มฉบับ

ยิ่งระบุครบ ผลลัพธ์ยิ่งใกล้เคียงของจริง และยิ่งต้องแก้น้อยลง

2. ข้อควรระวังด้านข้อมูลและความรับผิดชอบ

  • ห้ามป้อนข้อมูลลับของทางราชการหรือข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี ข้อมูลสุขภาพ เอกสารชั้นความลับ ลงในระบบ AI สาธารณะ ให้แทนที่ด้วยตัวอักษรสมมติหรือ [ชื่อ ก.] ก่อนเสมอ
  • AI ไม่ใช่แหล่งอ้างอิงทางกฎหมาย เลขมาตรา ปี พ.ศ. และเลขที่หนังสือสั่งการ AI อาจสร้างขึ้นเองได้ ต้องตรวจกับตัวบทจริงทุกครั้ง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือแนบไฟล์ระเบียบฉบับจริงให้ AI สรุปจากไฟล์นั้น
  • ผู้ลงนามคือผู้รับผิดชอบ AI เป็นผู้ช่วยร่าง ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ เอกสารทุกฉบับต้องผ่านการตรวจของเจ้าของเรื่องก่อนเสนอ
  • ตรวจสอบแนวปฏิบัติการใช้ AI ของหน่วยงานตนเองก่อนใช้ หลายหน่วยงานมีประกาศกำหนดขอบเขตไว้แล้ว

3. เทคนิคเพิ่มคุณภาพผลลัพธ์

  • ให้ตัวอย่างของจริง วางหนังสือฉบับเก่าที่เคยผ่านการอนุมัติแล้วให้ AI ดูเป็นแบบ พร้อมสั่งว่า "ใช้โครงสร้างและระดับภาษาแบบเดียวกับตัวอย่างนี้"
  • ขอหลายทางเลือก เช่น "เสนอมา 3 สำนวน ตั้งแต่กระชับที่สุดไปจนถึงเป็นทางการที่สุด"
  • สั่งให้ถามกลับ ปิดท้ายด้วย "หากข้อมูลไม่พอ ให้ถามคำถามที่จำเป็นก่อนเริ่มร่าง" จะลดการเดาของ AI ได้มาก
  • แก้ทีละจุด อย่าสั่งใหม่ทั้งฉบับ ให้บอกว่า "ย่อหน้าที่ 2 แข็งไป ขอให้นุ่มลงแต่ยังเป็นทางการ"

1. ร่างหนังสือราชการให้ชัดเจนและรัดกุม

ใช้เมื่อ: ต้องเริ่มต้นร่างบันทึกข้อความ หนังสือแจ้งเวียน หรือรายงานผลประชุม จากหน้ากระดาษเปล่า

  1. หนังสือแจ้งเวียนภายใน

    คุณคือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการที่ร่างหนังสือราชการมากว่า 10 ปี ช่วยร่างหนังสือแจ้งเวียนภายใน [ชื่อหน่วยงาน] เรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน โดยอ้างอิง [ระบุมติ ครม./หนังสือสั่งการ] ระบุมาตรการที่ต้องปฏิบัติ 3–5 ข้อ ได้แก่ [ระบุ] กำหนดผู้รับผิดชอบและวันเริ่มมีผล [ระบุ] ใช้รูปแบบบันทึกข้อความตามระเบียบงานสารบรรณ ความยาวไม่เกิน 1 หน้า ภาษากระชับ ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย

  2. รายงานผลการประชุม

    ต่อไปนี้คือบันทึกการประชุม [ชื่อคณะกรรมการ] ครั้งที่ [ระบุ] แบบดิบ ช่วยเรียบเรียงเป็นรายงานการประชุมฉบับทางการ แยกตามวาระ ระบุ (1) เรื่องเสนอ (2) ความเห็นของที่ประชุมโดยสรุป (3) มติที่ประชุม และ (4) ผู้รับผิดชอบพร้อมกรอบเวลา ตัดบทสนทนาที่ไม่นำไปสู่มติออก ห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีในต้นฉบับ หากจุดใดข้อมูลไม่ครบให้ทำเครื่องหมาย [ตรวจสอบ] ไว้

  3. หนังสือขอความร่วมมือหน่วยงานภายนอก

    ช่วยร่างหนังสือภายนอกจาก [หน่วยงานผู้ส่ง] ถึง [หน่วยงานผู้รับ] เพื่อขอความร่วมมือเรื่อง [ระบุเรื่อง] โดยเรียงลำดับ: ที่มาและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ขอความร่วมมืออย่างเจาะจง ประโยชน์ที่ผู้รับจะได้ กำหนดเวลาที่ต้องการคำตอบ และช่องทางประสานงาน น้ำเสียงสุภาพแต่ไม่อ้อมค้อม ความยาว 3–4 ย่อหน้า ปิดท้ายด้วย "จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์"

  4. ยกระดับสำนวนให้เป็นทางการ

    ปรับข้อความต่อไปนี้ให้เป็นภาษาราชการที่ถูกต้องตามระดับหนังสือ [ภายใน/ภายนอก] ที่เสนอต่อ [ระดับผู้บริหาร] โดยคงสาระเดิมทุกข้อ ห้ามเพิ่มเนื้อหาใหม่ แสดงผลเป็นตาราง 2 คอลัมน์ (ข้อความเดิม / ข้อความที่ปรับ) และอธิบายสั้น ๆ ท้ายตารางว่าปรับจุดใดเพราะอะไร ข้อความ: [วางข้อความ]

  5. วางโครงรายงานผลดำเนินงาน

    ช่วยวางโครงสร้างหนังสือรายงานผลการดำเนินงาน [ชื่อโครงการ] เสนอ [ผู้รับรายงาน] ให้ระบุหัวข้อหลัก หัวข้อย่อย และในแต่ละหัวข้อให้บอกว่าควรใส่ข้อมูลอะไรและควรยาวประมาณกี่ย่อหน้า โครงต้องครอบคลุม ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ยังไม่ต้องเขียนเนื้อหา ขอเฉพาะโครง

2. ตรวจทานสำนวนให้เหมาะกับระดับงานราชการ

ใช้เมื่อ: ร่างเสร็จแล้วแต่ไม่มั่นใจว่าภาษาเหมาะกับผู้รับหรือยัง

  1. ตรวจก่อนเสนอผู้บริหาร

    ช่วยตรวจบันทึกข้อความฉบับนี้ในฐานะหัวหน้าฝ่ายที่ต้องกลั่นกรองก่อนเสนอ [ระดับผู้บริหาร] ตรวจ 4 ประเด็น: (1) ความถูกต้องของรูปแบบตามระเบียบงานสารบรรณ (2) ความชัดเจนว่าผู้บริหารต้องสั่งการอะไร (3) จุดที่ข้อมูลยังไม่พอต่อการตัดสินใจ (4) คำหรือประโยคที่กำกวมหรือเสี่ยงตีความผิด รายงานเป็นข้อ ๆ พร้อมข้อความที่แนะนำให้แก้ [วางเอกสาร]

  2. ปรับระดับความเป็นทางการ

    เขียนข้อความนี้ใหม่ 3 เวอร์ชัน: (ก) เป็นทางการเต็มรูปแบบ สำหรับหนังสือถึงหน่วยงานภายนอก (ข) กึ่งทางการ สำหรับสื่อสารภายในกรม (ค) เรียบง่าย สำหรับแจ้งประชาชน แต่ละเวอร์ชันคงสาระเดิมครบ และบอกท้ายว่าเวอร์ชันไหนควรใช้ในสถานการณ์ใด [วางข้อความ]

  3. ตรวจร่างคำสั่ง

    ตรวจร่างคำสั่ง [ชื่อหน่วยงาน] ฉบับนี้ ในประเด็น: การอ้างอำนาจตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ การใช้คำว่า "แต่งตั้ง/มอบหมาย/ให้" ถูกบริบทหรือไม่ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดชัดพอที่จะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ และวันมีผลบังคับใช้ระบุชัดหรือไม่ ชี้จุดที่ควรแก้พร้อมเหตุผล และเตือนหากพบข้อความที่อาจขัดกับระเบียบ [วางร่างคำสั่ง]

  4. เรียนรู้ความต่างของสำนวน

    ยกตัวอย่างประโยคที่ใช้บ่อยในงาน [ระบุงาน เช่น การขออนุมัติเดินทางไปราชการ] จำนวน 10 ประโยค แสดงเป็นตาราง 3 คอลัมน์: ภาษาพูดทั่วไป / ภาษาราชการที่ถูกต้อง / เหตุผลที่ราชการใช้แบบนั้น เน้นคำที่คนมักใช้ผิด

  5. อีเมลทางการถึงหน่วยงานรัฐ

    ช่วยร่างอีเมลจาก [ตำแหน่ง หน่วยงาน] ถึง [ผู้รับ หน่วยงาน] เรื่อง [ระบุ] เขียนหัวเรื่องอีเมลที่ระบุเรื่องและการดำเนินการที่ต้องการภายในบรรทัดเดียว เนื้อความไม่เกิน 150 คำ แบ่ง 3 ส่วน: วัตถุประสงค์ รายละเอียดที่จำเป็น และสิ่งที่ขอให้ผู้รับดำเนินการพร้อมกำหนดเวลา ใช้คำขึ้นต้น–ลงท้ายให้ถูกตามระดับตำแหน่งของผู้รับ

3. สรุปสาระสำคัญของกฎหมายหรือระเบียบ

ใช้เมื่อ: ต้องอ่านระเบียบหนา ๆ ให้จบเร็ว หรือต้องอธิบายกฎหมายให้เพื่อนร่วมงานฟัง

คำเตือน: ควรแนบไฟล์ตัวบทจริงเสมอ อย่าให้ AI สรุปจากความจำของตัวเอง เพราะอาจสร้างเลขมาตราขึ้นมาเอง

  1. สรุประเบียบจากไฟล์จริง

    จากไฟล์ระเบียบที่แนบมา ช่วยสรุปเฉพาะส่วนที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องรู้ แบ่งเป็น: ขอบเขตการบังคับใช้ ผู้มีอำนาจ ขั้นตอนที่ต้องทำเรียงตามลำดับ กำหนดเวลาสำคัญ และข้อห้าม/บทลงโทษ ทุกข้อให้อ้างข้อหรือมาตราที่มาในวงเล็บ หากเรื่องใดไม่มีในไฟล์ ให้ระบุว่า "ไม่ปรากฏในเอกสาร" ห้ามเติมจากความรู้ทั่วไป

  2. สรุปกฎหมายเป็นประเด็นหลัก

    สรุป [ชื่อกฎหมาย] จากไฟล์แนบ ให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีพื้นฐานกฎหมายอ่านเข้าใจใน 5 นาที ใช้หัวข้อ: กฎหมายนี้คุ้มครองหรือควบคุมอะไร ใครมีหน้าที่ ประชาชนมีสิทธิอะไร หน่วยงานต้องทำอะไรบ้าง และ 3 ข้อผิดพลาดที่หน่วยงานมักทำผิด ความยาวรวมไม่เกิน 1 หน้า

  3. แปลภาษากฎหมายเป็นภาษาคน

    ข้อความกฎหมายต่อไปนี้อ่านยาก ช่วยอธิบายทีละวรรค แสดงเป็นตาราง 2 คอลัมน์: ตัวบทเดิม / ความหมายในภาษาที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจ พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์จริง 1 ตัวอย่างต่อวรรค ระวังอย่าให้ความหมายเพี้ยนไปจากตัวบท [วางข้อความ]

  4. สรุประเบียบการเบิกจ่าย

    จากระเบียบที่แนบ ช่วยทำสรุปการเบิกจ่ายกรณี [ระบุ เช่น ค่าเดินทางไปราชการในประเทศ] ในรูปแบบเช็กลิสต์ที่ใช้จริงได้: เอกสารที่ต้องเตรียม อัตราที่เบิกได้ตามระดับตำแหน่ง ระยะเวลายื่นเรื่อง ผู้อนุมัติแต่ละขั้น และกรณีที่เบิกไม่ได้ ปิดท้ายด้วยข้อผิดพลาดที่ทำให้เรื่องถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  5. แปลงกฎหมายเป็นแนวปฏิบัติ

    จาก [ชื่อกฎหมาย/ระเบียบด้านความโปร่งใส] ที่แนบมา ช่วยแปลงเป็นแนวปฏิบัติสำหรับ [ชื่อหน่วยงาน] โดยระบุว่าแต่ละข้อกำหนดหมายถึงหน่วยงานต้องทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรม ใครรับผิดชอบ ต้องมีหลักฐานอะไรเก็บไว้ และความถี่ในการดำเนินการ แสดงเป็นตาราง 4 คอลัมน์

4. จัดทำ PowerPoint สำหรับประชุมหรืออบรม

ใช้เมื่อ: ต้องทำสไลด์แต่ยังนึกโครงไม่ออก หรือมีเนื้อหาเยอะเกินกว่าจะย่อลงสไลด์ได้

  1. โครงสไลด์บรรยาย

    ช่วยวางโครงสไลด์หัวข้อ "ธรรมาภิบาลในราชการ" สำหรับผู้ฟัง [ระบุ เช่น ข้าราชการบรรจุใหม่] จำนวน [ระบุ] คน เวลาบรรยาย [ระบุ] นาที กำหนดจำนวนสไลด์ให้พอดีเวลา แต่ละสไลด์ระบุ: หัวเรื่อง / ข้อความบนสไลด์ไม่เกิน 5 บรรทัด / สิ่งที่ผู้บรรยายควรพูดเสริม / ภาพหรือแผนภาพที่ควรใส่ แทรกกิจกรรมให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมอย่างน้อย 2 จุด

  2. สไลด์อบรมการใช้ AI

    ร่างสไลด์อบรม "การใช้ AI ในงานราชการอย่างปลอดภัย" สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อน ครอบคลุม: AI ทำอะไรได้–ทำอะไรไม่ได้ ตัวอย่างงานที่ใช้ได้จริงในหน่วยงาน วิธีเขียนคำสั่งที่ดี ข้อควรระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลลับ และการตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนใช้ เน้นตัวอย่างมากกว่าทฤษฎี ระบุเนื้อหาแต่ละสไลด์และเวลาที่ใช้

  3. นำเสนอความก้าวหน้าโครงการ

    ข้อมูลโครงการอยู่ด้านล่างนี้ ช่วยจัดเป็นสไลด์นำเสนอความก้าวหน้าต่อ [ผู้รับฟัง] ภายใน [ระบุ] นาที ใช้โครงแบบ: สถานะปัจจุบันเทียบแผน (1 สไลด์) ผลงานเด่น (1 สไลด์) ปัญหาและผลกระทบ (1 สไลด์) สิ่งที่ขอการสนับสนุน (1 สไลด์) แนะนำด้วยว่าข้อมูลชุดใดควรทำเป็นกราฟแบบไหน ข้อมูล: [วางข้อมูล]

  4. ออกแบบหัวข้อประชุมเชิงปฏิบัติการ

    ช่วยออกแบบหัวข้อย่อยสำหรับประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง [ระบุ] ผู้เข้าร่วม [ระบุกลุ่มและจำนวน] เวลา [ระบุ] ชั่วโมง เป้าหมายคือให้ได้ผลลัพธ์ [ระบุสิ่งที่ต้องได้กลับไป] เสนอกำหนดการแบบระบุเวลา แต่ละช่วงบอกว่าเป็นการบรรยาย ระดมสมอง หรือแบ่งกลุ่ม พร้อมคำถามหลักที่ใช้ขับเคลื่อนแต่ละช่วง

  5. ย่อข้อมูลสำหรับที่ประชุมผู้บริหาร

    ย่อข้อมูลต่อไปนี้ให้เหลือ 1 สไลด์สำหรับที่ประชุมผู้บริหาร โดยยึดหลักว่าผู้บริหารต้องการรู้ 3 อย่าง: สถานการณ์คืออะไร กระทบอย่างไร และต้องตัดสินใจเรื่องใด ใช้ข้อความไม่เกิน 60 คำบนสไลด์ ที่เหลือให้เขียนเป็นโน้ตสำหรับผู้พูด [วางข้อมูล]

5. วิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผลแบบเข้าใจง่าย

ใช้เมื่อ: มีข้อมูลหรือรายงานยาว ๆ ที่ต้องกลั่นให้ผู้บริหารอ่านได้ใน 2 นาที

  1. สรุปรายงานยาว

    สรุปรายงานที่แนบมาให้เหลือ 1 หน้า สำหรับ [ผู้อ่าน] แบ่งเป็น: ข้อค้นพบสำคัญ 5 ข้อ (ข้อละไม่เกิน 2 บรรทัด พร้อมตัวเลขสนับสนุน) สิ่งที่ต้องตัดสินใจ 2–3 ข้อ และความเสี่ยงที่ควรจับตา ถ้ารายงานมีตัวเลขที่ขัดแย้งกันเองหรือข้อมูลไม่ครบ ให้ระบุไว้ท้ายสรุป ห้ามใส่ข้อมูลที่ไม่ปรากฏในรายงาน

  2. แปลงตารางเป็นข้อสรุปเชิงนโยบาย

    จากข้อมูลตารางด้านล่าง ช่วยเขียนข้อสรุปเชิงนโยบายความยาว 1 ย่อหน้า ตามด้วยข้อเสนอเชิงปฏิบัติ 3 ข้อ แต่ละข้อระบุเหตุผลที่อ้างอิงตัวเลขจากตาราง ผู้รับผิดชอบที่ควรเป็น และผลที่คาดว่าจะเกิด แยกให้ชัดว่าข้อใดเป็นข้อเท็จจริงจากข้อมูล ข้อใดเป็นการตีความ [วางตาราง]

  3. จัดกลุ่มความคิดเห็น

    ต่อไปนี้คือความคิดเห็นจากการรับฟังความคิดเห็นเรื่อง [ระบุ] จำนวน [ระบุ] รายการ ช่วยจัดกลุ่มเป็นประเด็นหลักไม่เกิน 7 กลุ่ม แต่ละกลุ่มระบุ: ชื่อประเด็น จำนวนความเห็นที่เข้าข่าย สาระที่ผู้แสดงความเห็นต้องการ และตัวอย่างความเห็น 1 รายการ เรียงกลุ่มตามความถี่จากมากไปน้อย และแยกความเห็นที่พบเพียงรายเดียวแต่มีน้ำหนักไว้ท้ายสุด [วางข้อมูล]

  4. วิเคราะห์แนวโน้ม

    จากข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลัง [ระบุ] ปีที่แนบมา ช่วยวิเคราะห์: ตัวชี้วัดใดมีแนวโน้มดีขึ้น ตัวใดถดถอย ตัวใดผันผวนผิดปกติ และช่วงเวลาใดที่ตัวเลขเปลี่ยนแปลงมากที่สุด สำหรับแต่ละประเด็นให้เสนอสมมติฐานว่าอะไรน่าจะเป็นสาเหตุ พร้อมระบุว่าต้องใช้ข้อมูลเพิ่มอะไรจึงจะยืนยันได้ อย่าสรุปเป็นเหตุเป็นผลถ้าข้อมูลยังไม่พอ

  5. เขียน Executive Summary

    เขียนบทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) ของรายงาน [ชื่อรายงาน] ที่แนบมา ความยาวไม่เกิน 400 คำ โครงสร้าง: ปัญหาและความสำคัญ 1 ย่อหน้า วิธีการศึกษาโดยย่อ 2–3 บรรทัด ผลการศึกษาสำคัญพร้อมตัวเลข 1 ย่อหน้า และข้อเสนอแนะเรียงตามลำดับความเร่งด่วน เขียนให้อ่านจบแล้วเข้าใจทั้งเรื่องโดยไม่ต้องเปิดรายงานฉบับเต็ม

6. จัดทำคำของบประมาณและแผนงานโครงการ

ใช้เมื่อ: ถึงฤดูคำของบ ต้องเขียนเหตุผลความจำเป็นให้ผ่านการกลั่นกรอง

  1. ร่างคำของบประมาณ

    คุณคือนักวิเคราะห์นโยบายและแผนที่เคยผ่านการชี้แจงงบประมาณต่อคณะกรรมาธิการ ช่วยร่างคำของบประมาณปี [ระบุปีงบประมาณ] โครงการ [ชื่อโครงการ] วงเงิน [ระบุ] บาท โดยเขียนหัวข้อ: หลักการและเหตุผล (เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ [ระบุ]) วัตถุประสงค์เชิงผลลัพธ์ กลุ่มเป้าหมายพร้อมจำนวน กิจกรรมหลักและงบประมาณแยกหมวด ตัวชี้วัดความสำเร็จที่วัดได้จริง และผลที่คาดว่าจะได้รับ เขียนให้ผู้พิจารณาเห็นความจำเป็นชัดเจน หลีกเลี่ยงคำกว้างอย่าง "เพื่อพัฒนาศักยภาพ" โดยไม่ระบุว่าพัฒนาอะไร

  2. เกลาวัตถุประสงค์โครงการ

    วัตถุประสงค์โครงการที่ร่างไว้อยู่ด้านล่าง ช่วยเขียนใหม่ให้เข้าเกณฑ์ SMART คือเจาะจง วัดได้ ทำได้จริง สอดคล้องภารกิจ และมีกรอบเวลา แสดงเป็นตารางเทียบข้อเดิมกับข้อใหม่ พร้อมชี้ว่าข้อเดิมขาดองค์ประกอบใด เสนอไม่เกิน 3 ข้อ เพราะวัตถุประสงค์ที่มากเกินไปทำให้โครงการไม่มีจุดโฟกัส [วางวัตถุประสงค์เดิม]

  3. ตรวจถ้อยคำร่างโครงการ

    ตรวจร่างโครงการนี้ในมุมของผู้กลั่นกรองระดับกรม ชี้จุดที่มักถูกตีกลับ ได้แก่ เหตุผลความจำเป็นที่อ้างลอย ๆ ไม่มีข้อมูลรองรับ ตัวชี้วัดที่วัดกิจกรรมแทนผลลัพธ์ งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับกิจกรรม และความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น รายงานเป็นข้อ ๆ พร้อมข้อความที่แนะนำให้ใช้แทน [วางร่างโครงการ]

  4. ตารางเปรียบเทียบงบหลายปี

    จากข้อมูลงบประมาณที่ได้รับปี [ระบุช่วงปี] ช่วยจัดทำตารางเปรียบเทียบแยกตามหมวดรายจ่าย พร้อมคอลัมน์ผลต่างและร้อยละการเปลี่ยนแปลงเทียบปีก่อน ใต้ตารางให้เขียนข้อสังเกต 3–5 ข้อ ว่าหมวดใดเพิ่มหรือลดผิดปกติ และประเด็นใดที่ผู้พิจารณาน่าจะซักถาม พร้อมแนวคำชี้แจงที่ควรเตรียมไว้ [วางข้อมูล]

  5. เขียนผลลัพธ์ที่คาดหวัง

    ช่วยเขียนผลที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ [ชื่อโครงการ] โดยแยกเป็น 3 ระดับให้ชัด: ผลผลิต (สิ่งที่เกิดทันทีเมื่อทำกิจกรรมเสร็จ) ผลลัพธ์ (การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมายภายใน 1 ปี) และผลกระทบ (การเปลี่ยนแปลงระยะยาวต่อประชาชนหรือภารกิจหน่วยงาน) แต่ละระดับระบุตัวชี้วัดและวิธีเก็บข้อมูลที่ทำได้จริงด้วยทรัพยากรที่มี

7. แปลเอกสารราชการและอธิบายศัพท์เฉพาะ

ใช้เมื่อ: ต้องรับมือเอกสารภาษาอังกฤษ ทั้งจดหมายจากต่างประเทศ TOR หรือร่าง MOU

  1. แปลจดหมายราชการ

    แปลจดหมายภาษาอังกฤษฉบับนี้เป็นภาษาไทยระดับหนังสือราชการ ใช้คำขึ้นต้น–ลงท้ายและสรรพนามให้ถูกตามระดับตำแหน่งของผู้ส่งและผู้รับ ศัพท์เฉพาะที่มีคำแปลราชการอย่างเป็นทางการให้ใช้คำนั้นและวงเล็บภาษาอังกฤษกำกับครั้งแรก ท้ายคำแปลให้สรุปว่าผู้ส่งต้องการอะไรและมีกำหนดเวลาใดบ้าง [วางจดหมาย]

  2. เทียบคำศัพท์ให้ตรงบริบท

    คำว่า [ระบุคำ เช่น Public Procurement] มีคำแปลไทยหลายแบบ ช่วยเทียบให้ดูว่าแต่ละแบบใช้ในบริบทใด หน่วยงานใดใช้คำใดเป็นทางการ และในกรณีของ [ระบุงานที่กำลังทำ] ควรใช้คำใดเพราะอะไร พร้อมยกตัวอย่างประโยคที่ใช้จริง 2 ประโยค

  3. สรุป TOR ภาษาอังกฤษ

    จากไฟล์ TOR ภาษาอังกฤษที่แนบมา ช่วยสรุปเป็นภาษาไทยโดยแยกหัวข้อ: ขอบเขตงานที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ คุณสมบัติผู้เสนอราคา เงื่อนไขการชำระเงิน กำหนดส่งมอบและค่าปรับ และเงื่อนไขที่ผูกพันหน่วยงานเป็นพิเศษ ปิดท้ายด้วยข้อที่ควรตรวจสอบเพิ่มหรือเจรจาก่อนลงนาม ระบุเลขข้อในเอกสารต้นฉบับกำกับทุกประเด็น

  4. ร่าง MOU สองภาษา

    ช่วยจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่าง [หน่วยงานไทย] กับ [หน่วยงานต่างประเทศ] เรื่อง [ระบุ] แสดงแบบสองภาษาเรียงคู่กันย่อหน้าต่อย่อหน้า ครอบคลุม: วัตถุประสงค์ ขอบเขตความร่วมมือ บทบาทของแต่ละฝ่าย การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูล ระยะเวลาและการต่ออายุ การระงับข้อพิพาท และข้อความระบุว่าเอกสารนี้ไม่ก่อพันธะทางกฎหมาย หมายเหตุ: ร่างนี้เป็นเพียงจุดตั้งต้น ต้องผ่านการตรวจของนิติกรและกรมสนธิสัญญาและกฎหมายก่อนใช้

  5. คลังศัพท์ประจำสายงาน

    รวบรวมศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในงาน [ระบุสายงาน] จำนวน 30 คำ แสดงเป็นตาราง: คำศัพท์ / คำแปลไทยที่ราชการใช้ / คำอธิบายสั้น / ตัวอย่างประโยคที่พบในเอกสารจริง จัดกลุ่มตามหมวดการใช้งาน และทำเครื่องหมายคำที่คนไทยมักแปลผิด

8. เตรียมเนื้อหาสำหรับบรรยายหรืออบรมภายใน

ใช้เมื่อ: ถูกมอบหมายให้เป็นวิทยากรภายใน แต่มีเวลาเตรียมจำกัด

  1. ออกแบบหลักสูตรอบรม

    ช่วยออกแบบหลักสูตรอบรม "การเขียนหนังสือราชการยุคใหม่" ระยะเวลา [ระบุ] ชั่วโมง สำหรับ [กลุ่มผู้เข้าอบรม] เริ่มจากระบุปัญหาที่ผู้เรียนเจอจริงในงานประจำ 3 ข้อ แล้วออกแบบหัวข้อที่แก้ปัญหานั้นโดยตรง แต่ละหัวข้อระบุ: สิ่งที่ผู้เรียนจะทำได้หลังจบ เวลาที่ใช้ วิธีสอน และแบบฝึกหัดจากงานจริง สัดส่วนการฝึกปฏิบัติต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเวลา

  2. ร่างแผนการบรรยาย

    ร่างแผนการบรรยายหัวข้อ "AI กับงานราชการ" ความยาว [ระบุ] นาที เขียนเป็นตารางลำดับเวลา ระบุนาทีที่เริ่ม เนื้อหาที่พูด จุดที่ต้องสาธิตให้ดูสด และคำถามที่โยนให้ผู้ฟัง เปิดด้วยสถานการณ์ที่ผู้ฟังคุ้นเคยแทนการนิยามศัพท์ และปิดด้วยสิ่งที่ผู้ฟังเอากลับไปทำได้พรุ่งนี้ 3 อย่าง

  3. ออกแบบกิจกรรมกลุ่ม

    ออกแบบกิจกรรมกลุ่มเรื่องธรรมาภิบาล สำหรับผู้เข้าร่วม [ระบุจำนวน] คน เวลา [ระบุ] นาที ใช้อุปกรณ์เท่าที่มีในห้องประชุมทั่วไป เสนอมา 3 กิจกรรมให้เลือก แต่ละกิจกรรมระบุ: เป้าหมายการเรียนรู้ ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม บทบาทวิทยากร คำถามถอดบทเรียนท้ายกิจกรรม 3 ข้อ และข้อควรระวังเมื่อเนื้อหาแตะเรื่องอ่อนไหวในที่ทำงาน

  4. สร้างแบบประเมินผลการเรียนรู้

    สร้างชุดคำถามประเมินผลหลังอบรมหัวข้อ [ระบุ] แบ่ง 2 ส่วน: ส่วนแรกวัดความรู้ 10 ข้อแบบเลือกตอบ อิงจากเนื้อหาที่สอนจริง พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ส่วนที่สองวัดการนำไปใช้ 5 ข้อแบบปลายเปิด ที่ถามว่าผู้เรียนจะนำไปใช้กับงานของตนอย่างไร หลีกเลี่ยงคำถามที่เดาคำตอบได้จากสามัญสำนึก

  5. เอกสารประกอบการอบรม

    ช่วยร่างเอกสารแจกผู้เข้าอบรมหัวข้อ [ระบุ] ความยาว 2 หน้า ที่ผู้เรียนเก็บไว้ใช้อ้างอิงได้จริงหลังอบรมจบ ประกอบด้วย: สรุปหลักการสำคัญเป็นข้อ ๆ เช็กลิสต์ที่ใช้ตอนทำงานจริง ตัวอย่างที่ถูกและผิดอย่างละ 2 ตัวอย่าง และช่องว่างให้จดบันทึก ใช้ภาษากระชับ เลี่ยงย่อหน้ายาว

9. สร้าง Q&A หรือ Chatbot สำหรับงานบริการประชาชน

ใช้เมื่อ: ต้องลดภาระการตอบคำถามซ้ำ ๆ หน้าเคาน์เตอร์และทางโทรศัพท์

  1. ชุดคำถาม-คำตอบบริการ

    ช่วยร่างชุดคำถาม-คำตอบเรื่อง [ระบุบริการ เช่น การขอหนังสือรับรองรายได้] จำนวน 15 ข้อ โดยคาดการณ์คำถามจากมุมประชาชนที่ไม่คุ้นระบบราชการ ครอบคลุมทั้งเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา สถานที่ยื่น กรณีมอบอำนาจ และกรณีเอกสารไม่ครบ คำตอบข้อละไม่เกิน 3 บรรทัด ใช้คำที่ประชาชนใช้จริง ไม่ใช้ศัพท์ราชการโดยไม่อธิบาย ข้อมูลจริงที่ต้องเติมให้ทำเป็น [ ] ไว้

  2. ตอบคำถามการต่อใบอนุญาต

    เขียนคำตอบสำหรับประชาชนที่ถามเรื่องการต่อ [ระบุใบอนุญาต] ใน 3 สถานการณ์: ต่ออายุตามกำหนดปกติ ต่อล่าช้าเกินกำหนด และเอกสารสูญหาย แต่ละสถานการณ์บอกขั้นตอนเป็นข้อ ๆ ค่าใช้จ่าย และสิ่งที่ต้องระวัง ใช้น้ำเสียงเป็นมิตร ขึ้นต้นด้วยคำตอบก่อนแล้วค่อยอธิบายรายละเอียด

  3. ออกแบบบทสนทนา Chatbot

    ออกแบบบทสนทนา Chatbot ตอบคำถามเรื่อง [ระบุบริการ] เขียนเป็นผังบทสนทนา: ข้อความต้อนรับ ตัวเลือกเมนูหลักไม่เกิน 5 ข้อ และเส้นทางสนทนาของแต่ละเมนูจนจบ ต้องออกแบบกรณีที่ระบบไม่เข้าใจคำถามและกรณีที่ต้องส่งต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ทุกข้อความไม่เกิน 2 บรรทัด และทุกปลายทางต้องบอกผู้ใช้ว่าขั้นถัดไปต้องทำอะไร

  4. จัดกลุ่มคำถามที่พบบ่อย

    ต่อไปนี้คือคำถามที่ประชาชนถามฝ่าย [ระบุ] ในรอบ [ระบุช่วงเวลา] ช่วยจัดกลุ่มตามหัวข้อ เรียงตามความถี่ ระบุว่ากลุ่มใดควรแก้ด้วยการปรับข้อมูลบนเว็บไซต์ กลุ่มใดควรทำเป็นป้ายหน้าเคาน์เตอร์ และกลุ่มใดสะท้อนว่าขั้นตอนงานเองมีปัญหาควรปรับปรุง [วางคำถาม]

  5. ข้อความต้อนรับผู้มาติดต่อ

    ร่างชุดข้อความสำหรับจุดบริการ [ระบุ] ประกอบด้วย: ข้อความต้อนรับ คำถามคัดกรองเพื่อพาไปช่องบริการที่ถูกต้อง ข้อความแจ้งเมื่อต้องรอคิว และข้อความเมื่อเอกสารไม่ครบต้องกลับมาใหม่ ทุกข้อความต้องสุภาพ ไม่ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกถูกตำหนิ และบอกทางออกเสมอว่าต้องทำอะไรต่อ

10. ออกแบบแบบสำรวจและแบบประเมินผล

ใช้เมื่อ: ต้องเก็บข้อมูลความพึงพอใจหรือความคิดเห็น และอยากได้คำตอบที่นำไปใช้ปรับปรุงงานได้จริง

  1. แบบสอบถามความพึงพอใจ

    ช่วยร่างแบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนต่อบริการ [ระบุ] ที่ตอบเสร็จภายใน 3 นาที ประกอบด้วยข้อมูลทั่วไปเท่าที่จำเป็นจริง คำถามมาตรวัด 5 ระดับ 8–10 ข้อ ที่แยกวัดแต่ละด้าน ได้แก่ ความรวดเร็ว ความชัดเจนของข้อมูล อัธยาศัยเจ้าหน้าที่ และสถานที่ ปิดท้ายด้วยคำถามปลายเปิด 2 ข้อ หลีกเลี่ยงคำถามที่ถามสองเรื่องในข้อเดียวและคำถามชี้นำ

  2. ประเมินผลการอบรม

    ออกแบบแบบประเมินผลการอบรม [ระบุหลักสูตร] ที่วัดมากกว่าความพอใจ โดยแบ่งเป็น: ความพึงพอใจต่อการจัด ความรู้ที่เพิ่มขึ้น (ให้ผู้เรียนประเมินตนเองก่อน–หลัง) ความตั้งใจนำไปใช้ พร้อมคำถามว่าจะนำไปใช้กับงานใด และอุปสรรคที่คาดว่าจะเจอเมื่อนำไปใช้ รวมไม่เกิน 15 ข้อ

  3. แบบสำรวจรับฟังความคิดเห็นนโยบาย

    ช่วยร่างแบบสำรวจออนไลน์เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างนโยบาย [ระบุ] กลุ่มเป้าหมายคือ [ระบุ] เริ่มด้วยการสรุปสาระของร่างนโยบายให้ผู้ตอบเข้าใจภายใน 5 บรรทัด แล้วตามด้วยคำถามที่แยกประเด็นตามมาตราหรือหัวข้อหลัก ผสมคำถามปิดกับปลายเปิด และมีข้อความแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ท้ายแบบสำรวจ

  4. สรุปผลการประเมิน

    จากข้อมูลผลประเมินที่แนบมา ช่วยสรุปเป็นรายงานสั้น 1 หน้า ระบุคะแนนเฉลี่ยรายด้าน ด้านที่ได้คะแนนสูงสุดและต่ำสุด ประเด็นที่ปรากฏซ้ำในคำตอบปลายเปิด และข้อเสนอปรับปรุง 3 ข้อเรียงตามความคุ้มค่าในการลงมือทำ พร้อมแนะนำว่าข้อมูลชุดใดควรนำเสนอเป็นกราฟแบบใด

  5. ปรับภาษาแบบสอบถาม

    ตรวจแบบสอบถามฉบับนี้แล้วชี้ปัญหา 4 แบบ: คำถามชี้นำ คำถามที่ถามสองเรื่องพร้อมกัน ศัพท์ราชการที่ประชาชนไม่เข้าใจ และคำถามที่ผู้ตอบตอบไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล เสนอข้อความใหม่ทุกข้อที่มีปัญหา แสดงเป็นตารางเทียบข้อเดิมกับข้อใหม่ [วางแบบสอบถาม]

11. เขียนบทความประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงาน

ใช้เมื่อ: ต้องสื่อสารงานของหน่วยงานให้ประชาชนสนใจ ไม่ใช่แค่ประกาศให้ครบขั้นตอน

  1. ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรม

    ช่วยร่างข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรม [ระบุกิจกรรม] ของ [หน่วยงาน] ความยาว 250–300 คำ เขียนแบบพีระมิดกลับหัว คือย่อหน้าแรกตอบให้ครบว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และเกิดผลอะไรกับประชาชน จากนั้นจึงลงรายละเอียดและคำกล่าวของผู้บริหาร 1 ประโยค เสนอพาดหัวมา 3 แบบให้เลือก และระบุภาพที่ควรใช้ประกอบ 3 ภาพ

  2. อธิบายภารกิจให้ประชาชนเข้าใจ

    เขียนบทความ "[ชื่อหน่วยงาน] ทำอะไรบ้าง" สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้จักหน่วยงานนี้มาก่อน ความยาว 500 คำ เปิดด้วยสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปเจอแล้วเชื่อมโยงว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างไร อธิบายภารกิจหลัก 3 ด้าน ด้านละ 1 ย่อหน้าพร้อมตัวอย่างที่จับต้องได้ ปิดท้ายด้วยบริการที่ประชาชนใช้ได้และช่องทางติดต่อ ห้ามยกข้อความจากกฎกระทรวงมาทั้งดุ้น ข้อมูลภารกิจ: [วางข้อมูล]

  3. สรุปภารกิจสำนัก/กอง

    ช่วยแปลงคำบรรยายอำนาจหน้าที่ของ [ชื่อสำนัก/กอง] ต่อไปนี้ ให้เป็นข้อความที่คนนอกอ่านเข้าใจ 3 รูปแบบ: แบบ 1 ประโยคสำหรับใส่ในสไลด์ แบบ 1 ย่อหน้าสำหรับเว็บไซต์ และแบบ 5 ข้อสำหรับแผ่นพับ ทุกแบบต้องบอกให้ได้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร [วางข้อมูล]

  4. ปรับบทความลงเฟซบุ๊ก

    ปรับเนื้อหาข่าวนี้ให้เหมาะกับการโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงาน โดยเขียน 3 บรรทัดแรกให้คนหยุดอ่านโดยไม่ใช้คำเกินจริง จัดย่อหน้าให้สั้นอ่านบนมือถือได้สบาย ใส่ข้อมูลสำคัญที่คนต้องรู้ให้ครบแม้ไม่กดอ่านต่อ ปิดท้ายด้วยสิ่งที่อยากให้ผู้อ่านทำ และเสนอแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องจริง 3–5 แท็ก [วางเนื้อหา]

  5. คิดสโลแกนบริการ

    เสนอสโลแกนสำหรับบริการ [ระบุ] จำนวน 10 แบบ ที่สื่อถึงประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจริง ไม่ใช่คำสวยลอย ๆ แต่ละแบบระบุความยาวไม่เกิน 12 พยางค์ พร้อมอธิบายสั้น ๆ ว่าสื่ออะไรและเหมาะกับช่องทางใด แยกกลุ่มเป็นแบบเป็นทางการ แบบเป็นมิตร และแบบจำง่ายติดหู

12. ตอบโต้เอกสารและจดหมายทางการ

ใช้เมื่อ: ต้องตอบเรื่องที่มีความอ่อนไหว เช่น เรื่องร้องเรียน หรือข้อท้วงติงจากหน่วยเหนือ

  1. ตอบเรื่องร้องเรียน

    ช่วยร่างหนังสือตอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณี [สรุปเรื่องร้องเรียน] ผลการตรวจสอบพบว่า [ระบุข้อเท็จจริง] โครงสร้าง: รับทราบเรื่องและขอบคุณที่แจ้ง ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง การดำเนินการที่ได้ทำไปแล้วหรือจะทำพร้อมกรอบเวลา และช่องทางติดตามผล น้ำเสียงสุภาพและจริงใจ ไม่ปัดความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่รับผิดในสิ่งที่ยังไม่มีข้อสรุป หลีกเลี่ยงประโยคที่อาจถูกใช้อ้างในทางกฎหมายภายหลัง

  2. ตอบข้อท้วงติงจากหน่วยเหนือ

    ช่วยร่างคำชี้แจงตอบข้อสังเกตของ [หน่วยงานตรวจสอบ/หน่วยเหนือ] เรื่อง [ระบุ] ข้อเท็จจริงคือ [ระบุ] เขียนโดยตอบข้อสังเกตทีละข้อตามลำดับที่ถูกทัก แต่ละข้อระบุ: ข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารอ้างอิง เหตุผลของการดำเนินการที่ผ่านมา และมาตรการแก้ไขหรือป้องกันในอนาคต น้ำเสียงนอบน้อมแต่ยืนยันข้อเท็จจริงที่มีหลักฐาน ไม่แก้ตัวและไม่โทษผู้อื่น

  3. ปรับอีเมลให้เหมาะกับผู้รับระดับสูง

    ปรับอีเมลฉบับนี้ให้เหมาะกับการส่งถึง [ระบุตำแหน่ง] โดยจัดข้อมูลใหม่ให้ประเด็นที่ต้องตัดสินใจอยู่ย่อหน้าแรก รายละเอียดสนับสนุนตามหลัง ตัดข้อมูลที่ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ออกไปไว้เป็นเอกสารแนบ ปรับคำขึ้นต้น–ลงท้ายให้ถูกระดับ ความยาวรวมไม่เกิน 200 คำ [วางอีเมล]

  4. ชี้แจงความล่าช้า

    ช่วยร่างหนังสือชี้แจงเหตุผลความล่าช้าในการดำเนินการ [ระบุเรื่อง] สาเหตุจริงคือ [ระบุ] เขียนให้: ยอมรับความล่าช้าอย่างตรงไปตรงมาในย่อหน้าแรก อธิบายสาเหตุด้วยข้อเท็จจริงโดยไม่ใช้ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ระบุความคืบหน้าปัจจุบันเป็นร้อยละหรือขั้นตอน แจ้งกำหนดแล้วเสร็จใหม่ที่ทำได้จริง และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  5. คลังประโยคเปิด-ปิดหนังสือ

    รวบรวมประโยคเปิดและปิดหนังสือราชการที่ใช้ได้จริง แยกตามวัตถุประสงค์: ขอความอนุเคราะห์ แจ้งเพื่อทราบ เชิญประชุม ขออนุมัติ ตอบข้อหารือ และแจ้งผลการพิจารณา แต่ละแบบให้ตัวอย่าง 3 สำนวน พร้อมระบุว่าเหมาะกับผู้รับระดับใด และเตือนสำนวนที่นิยมใช้แต่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ

13. เตรียมตัวพูดในที่ประชุม

ใช้เมื่อ: ต้องเข้าประชุมที่อาจถูกซักถาม และอยากพูดให้ตรงประเด็นในเวลาจำกัด

  1. สกัดประเด็นก่อนเข้าประชุม

    จากเอกสารประกอบการประชุมที่แนบมา ช่วยเตรียมข้อมูลให้ผมในฐานะ [ระบุบทบาทในที่ประชุม] ระบุ: ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานผมโดยตรง สิ่งที่ควรพูด 3 ประเด็นพร้อมข้อมูลสนับสนุน คำถามที่ผมน่าจะถูกถามพร้อมแนวคำตอบ และประเด็นที่ควรฟังให้ดีก่อนแสดงความเห็น ทั้งหมดไม่เกิน 1 หน้า

  2. ร่างสคริปต์นำเสนอ

    ช่วยร่างสคริปต์นำเสนอแผนงาน [ระบุ] ในที่ประชุม [ระบุ] เวลา [ระบุ] นาที เขียนแบบพูดจริง ไม่ใช่ภาษาเขียน เปิดด้วยประเด็นสำคัญที่สุดใน 30 วินาทีแรก แล้วขยายด้วยข้อมูลสนับสนุน ปิดด้วยสิ่งที่ขอจากที่ประชุมให้ชัด กำกับจุดที่ควรหยุดเว้นจังหวะและจุดที่ควรชี้ไปที่สไลด์ พร้อมเวอร์ชันย่อ 1 นาทีเผื่อเวลาถูกตัด

  3. คำกล่าวเปิดประชุม

    ช่วยร่างคำกล่าวเปิดประชุม [ชื่อการประชุม] สำหรับ [ตำแหน่งผู้กล่าว] ความยาว 1–2 นาที ประกอบด้วย: ทักทายผู้เข้าร่วมตามลำดับตำแหน่ง ที่มาและความสำคัญของการประชุม สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้จากวันนี้ และเชิญเข้าสู่วาระ ใช้ภาษาที่พูดแล้วลื่น ไม่ยืดยาว เลี่ยงคำซ้ำซากที่ทำให้ผู้ฟังเลิกตั้งใจฟัง

  4. สรุปวาระเป็นข้อพูด

    แปลงเอกสารวาระนี้เป็นบัตรคำสำหรับพูด ไม่เกิน 7 บรรทัด แต่ละบรรทัดไม่เกิน 12 คำ เรียงตามลำดับที่จะพูด ใส่ตัวเลขสำคัญที่ต้องอ้างให้ครบ และทำเครื่องหมายบรรทัดที่ห้ามลืมพูด [วางเอกสารวาระ]

  5. ซ้อมตอบคำถามยาก

    ผมจะเสนอเรื่อง [ระบุ] ในที่ประชุม [ระบุ] ช่วยสวมบทเป็นผู้เข้าร่วมประชุมที่ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ ถามผมทีละคำถามโดยเน้นจุดอ่อนของข้อเสนอ เช่น ความคุ้มค่า ความซ้ำซ้อน และความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ รอผมตอบก่อนถามข้อถัดไป แล้วให้ข้อเสนอแนะสั้น ๆ ว่าคำตอบของผมยังขาดอะไร

14. วางแผนงานประจำปีและปฏิทินกิจกรรม

ใช้เมื่อ: ต้นปีงบประมาณ หรือเมื่อต้องส่งแผนปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชา

  1. วางแผนกิจกรรมทั้งปี

    ช่วยวางแผนกิจกรรมส่งเสริม [ระบุเรื่อง] ตลอดปีงบประมาณ [ระบุ] สำหรับ [หน่วยงาน] บุคลากร [ระบุจำนวน] คน งบประมาณ [ระบุ] เสนอเป็นตารางรายเดือน ระบุ: กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และงบประมาณโดยประมาณ กระจายภาระงานให้สมดุล หลีกเลี่ยงเดือนที่มีภารกิจประจำหนัก เช่น ช่วงปิดงบและช่วงตรวจราชการ

  2. แผนปฏิบัติงานรายเดือน

    จากภารกิจของฝ่าย [ระบุ] ต่อไปนี้ ช่วยจัดทำแผนปฏิบัติงานรายเดือน แสดงเป็นตาราง: งาน / ผู้รับผิดชอบ / วันเริ่ม–วันเสร็จ / ผลผลิตที่ต้องส่งมอบ / งานที่ต้องเสร็จก่อนจึงจะเริ่มงานนี้ได้ ทำเครื่องหมายงานที่อยู่บนเส้นทางวิกฤต และชี้จุดที่ภาระงานกระจุกตัวจนอาจล่าช้า [วางภารกิจ]

  3. จัดตารางอบรมประจำปี

    ช่วยจัดตารางการอบรมภายในประจำปีสำหรับบุคลากร [ระบุจำนวนและกลุ่ม] จากรายการหลักสูตรที่ต้องจัด [ระบุ] กำหนดว่าหลักสูตรใดควรอยู่ช่วงใดของปีโดยพิจารณาความเร่งด่วน ลำดับก่อนหลังของเนื้อหา และภาระงานประจำ ระบุจำนวนรุ่น จำนวนคนต่อรุ่น และช่วงที่ไม่ควรจัดพร้อมเหตุผล

  4. แผนรายไตรมาสพร้อมเป้าหมาย

    ช่วยแปลงเป้าหมายประจำปีต่อไปนี้เป็นแผนรายไตรมาส แต่ละไตรมาสระบุเป้าหมายย่อยที่วัดได้ กิจกรรมหลัก ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายสะสม พร้อมเกณฑ์ว่าถ้าถึงสิ้นไตรมาสแล้วตัวเลขต่ำกว่าเท่าใดถือว่าต้องทบทวนแผน [วางเป้าหมายประจำปี]

  5. จัดทำ Timeline โครงการ

    ช่วยจัดทำ Timeline โครงการ [ระบุ] ระยะเวลา [ระบุ] เดือน แบ่งเป็นระยะ ได้แก่ เตรียมการ จัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการ ติดตามประเมินผล และรายงานผล แต่ละระยะระบุกิจกรรม ระยะเวลา และเอกสารที่ต้องมี เผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนพัสดุและการอนุมัติตามจริง และทำเครื่องหมายจุดที่หากล่าช้าจะกระทบทั้งโครงการ

15. สื่อสารกับประชาชนอย่างเข้าใจง่าย

ใช้เมื่อ: ต้องแปลงเนื้อหาราชการให้ประชาชนอ่านแล้วทำตามได้ทันที

  1. แปลงหนังสือราชการเป็นภาษาประชาชน

    แปลงหนังสือราชการฉบับนี้เป็นข้อความที่ประชาชนทั่วไปอ่านเข้าใจ โดยตอบ 4 คำถามให้ครบ: เรื่องนี้เกี่ยวกับใคร ต้องทำอะไร ภายในเมื่อไร และถ้าไม่ทำจะเป็นอย่างไร ใช้ประโยคสั้น คำสามัญ เลี่ยงประโยคซ้อน ความยาวไม่เกินครึ่งของต้นฉบับ พร้อมระบุคำศัพท์ราชการที่ตัดออกและคำที่ใช้แทน [วางหนังสือ]

  2. อธิบายขั้นตอนแบบทำตามได้

    ช่วยเขียนขั้นตอนการขอ [ระบุบริการ] แบบที่ประชาชนอ่านแล้วทำตามได้ทันที เขียนเป็นข้อ ๆ เรียงตามลำดับเวลา แต่ละข้อขึ้นต้นด้วยคำกริยา ระบุว่าไปที่ไหน เตรียมอะไร ใช้เวลาเท่าไร เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร ปิดท้ายด้วยข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องกลับมาใหม่ 3 ข้อ และเบอร์ติดต่อสอบถาม

  3. โพสต์ตอบคำถามที่พบบ่อย

    ร่างโพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "[ระบุคำถามที่ประชาชนถามบ่อย]" ความยาวไม่เกิน 150 คำ เริ่มด้วยคำตอบสั้นที่สุดในบรรทัดแรก ตามด้วยขั้นตอนแบบรายการสั้น ปิดด้วยช่องทางติดต่อ ใช้คำที่ประชาชนใช้ค้นหาจริง ไม่ใช่ชื่อทางการของบริการเพียงอย่างเดียว

  4. สรุปกฎหมายใหม่ให้ประชาชน

    สรุปการเปลี่ยนแปลงของ [ระบุกฎหมาย/ระเบียบใหม่] ที่มีผลต่อประชาชน แสดงเป็นตาราง 3 คอลัมน์: เดิมเป็นอย่างไร / ใหม่เป็นอย่างไร / ประชาชนต้องทำอะไรเพิ่ม ระบุวันที่มีผลบังคับใช้ และกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ใช้ข้อมูลจากไฟล์ที่แนบเท่านั้น

  5. ออกแบบเนื้อหาอินโฟกราฟิก

    ช่วยออกแบบเนื้อหาสำหรับอินโฟกราฟิกขั้นตอนการยื่นเรื่อง [ระบุ] สำหรับพิมพ์ขนาด A4 กำหนด: พาดหัวไม่เกิน 8 คำ จำนวนขั้นตอนไม่เกิน 5 ขั้น ข้อความในแต่ละขั้นไม่เกิน 15 คำ ไอคอนหรือภาพที่ควรใช้ประกอบแต่ละขั้น และข้อมูลติดต่อท้ายภาพ เขียนเป็นตารางเพื่อส่งต่อให้กราฟิกดีไซเนอร์ทำงานได้ทันที

16. จัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติงาน (SOP)

ใช้เมื่อ: ต้องถ่ายทอดวิธีทำงานให้คนใหม่ หรือทำคู่มือเพื่อรองรับการตรวจประเมิน

  1. ร่าง SOP งานเบิกจ่าย

    ช่วยร่างแนวทางปฏิบัติงานเรื่อง [ระบุ เช่น การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม] สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งรับงานนี้ โครงสร้าง: วัตถุประสงค์ ขอบเขต ระเบียบที่เกี่ยวข้อง นิยามศัพท์ ขั้นตอนปฏิบัติแบบเรียงลำดับพร้อมผู้รับผิดชอบและระยะเวลาแต่ละขั้น เอกสารและแบบฟอร์มที่ใช้ และคำถามที่พบบ่อย เขียนขั้นตอนด้วยประโยคคำสั่งที่ทำตามได้โดยไม่ต้องถามใคร

  2. สรุปขั้นตอนการอนุมัติ

    ช่วยเรียบเรียงขั้นตอนการอนุมัติ [ระบุเรื่อง] จากข้อมูลด้านล่าง ให้ระบุทุกขั้นว่า ใครเป็นผู้ดำเนินการ ใช้เอกสารอะไร ส่งต่อให้ใคร ใช้เวลากี่วันทำการ และเงื่อนไขที่ทำให้เรื่องถูกส่งกลับ นำเสนอทั้งแบบตารางและแบบผังลำดับขั้นด้วยข้อความ พร้อมชี้ขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดและข้อเสนอลดขั้นตอน [วางข้อมูล]

  3. SOP การจัดฝึกอบรม

    เขียน SOP การจัดกิจกรรมฝึกอบรมของ [หน่วยงาน] ครอบคลุมตั้งแต่การเสนอขออนุมัติ การจัดซื้อจัดจ้าง การประสานวิทยากรและสถานที่ การเตรียมเอกสาร การดำเนินการวันจัดงาน จนถึงการเบิกจ่ายและรายงานผล แต่ละช่วงระบุเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องทำและกำหนดเวลานับถอยหลังจากวันจัดงาน เช่น "ก่อนงาน 30 วัน" พร้อมระบุเอกสารที่ต้องเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบ

  4. เกลาคู่มือให้อ่านง่าย

    ปรับคู่มือฉบับนี้ให้กระชับและใช้งานได้จริง โดย: ตัดคำฟุ่มเฟือยและข้อความที่ซ้ำ เปลี่ยนประโยคบอกเล่ายาว ๆ เป็นประโยคคำสั่งสั้น แยกเนื้อหาที่เป็นขั้นตอนออกจากเนื้อหาที่เป็นหลักการ และเพิ่มหัวข้อย่อยให้ค้นหาง่าย รายงานท้ายงานว่าลดความยาวลงกี่เปอร์เซ็นต์และตัดส่วนใดออกเพราะอะไร [วางคู่มือ]

  5. เทียบรูปแบบ SOP

    เปรียบเทียบแนวการเขียน SOP ของหน่วยงานส่วนกลางกับหน่วยงานระดับพื้นที่ ในประเด็น: ระดับรายละเอียด การอ้างอิงระเบียบ การกำหนดผู้รับผิดชอบ และการจัดการกรณียกเว้น สรุปเป็นตาราง พร้อมข้อเสนอว่าหน่วยงานแบบ [ระบุลักษณะหน่วยงานของคุณ] ควรใช้รูปแบบใดและเพราะอะไร

17. เขียนรายงานผลการดำเนินงานและรายงานประจำปี

ใช้เมื่อ: ปลายปีงบประมาณ ต้องรวบรวมผลงานทั้งปีเป็นเอกสารฉบับเดียว

  1. วางโครงรายงานตามยุทธศาสตร์

    ช่วยวางโครงสร้างรายงานผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ [ระบุ] ประจำปี [ระบุ] โดยจัดหัวข้อให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์แต่ละข้อ ในแต่ละหัวข้อระบุว่าต้องรายงาน: เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผลที่ทำได้ ร้อยละความสำเร็จ ปัจจัยที่ส่งผล และแนวทางปีถัดไป พร้อมระบุว่าข้อมูลแต่ละส่วนต้องขอจากใคร

  2. รวบรวมข้อมูลรายเดือน

    ต่อไปนี้คือรายงานผลรายเดือนตลอดปี ช่วยสังเคราะห์เป็นภาพรวมทั้งปี ระบุ: ผลรวมและค่าเฉลี่ยของตัวชี้วัดหลัก เดือนที่ผลงานสูงสุดและต่ำสุดพร้อมข้อสังเกต แนวโน้มตลอดปี และประเด็นที่ปรากฏซ้ำหลายเดือนซึ่งควรยกเป็นปัญหาเชิงระบบ หากข้อมูลบางเดือนขาดหายให้ระบุไว้ ห้ามประมาณค่าแทน [วางข้อมูล]

  3. สร้างเทมเพลตรายงานโครงการ

    ช่วยสร้างแบบฟอร์มรายงานผลโครงการที่ใช้ได้กับทุกโครงการของ [หน่วยงาน] ออกแบบให้ผู้กรอกใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที แต่ละช่องระบุคำอธิบายว่าต้องกรอกอะไรและยกตัวอย่างคำตอบที่ดี 1 ตัวอย่าง ครอบคลุมข้อมูลพื้นฐานโครงการ ผลผลิต ผลลัพธ์เทียบเป้าหมาย การใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาอุปสรรค และบทเรียนที่ได้

  4. แปลงตัวเลขเป็นเนื้อความรายงาน

    จากตารางข้อมูลด้านล่าง ช่วยเขียนเป็นเนื้อความรายงานภาษาราชการ โดยเล่าให้เห็นความหมายของตัวเลข ไม่ใช่อ่านตัวเลขซ้ำ ทุกย่อหน้าให้เริ่มด้วยข้อสรุปแล้วตามด้วยตัวเลขสนับสนุน เปรียบเทียบกับเป้าหมายและปีก่อนหน้าเมื่อมีข้อมูล และระบุชัดว่าส่วนใดเป็นการตีความของผู้รายงาน [วางตาราง]

  5. ตรวจภาษารายงาน

    ตรวจร่างรายงานฉบับนี้ในประเด็น: คำผิดและการใช้คำที่ไม่ตรงความหมาย ความสม่ำเสมอของศัพท์เทคนิคและตัวย่อทั้งเล่ม รูปแบบตัวเลข วันที่ และหน่วยนับ ความสอดคล้องของตัวเลขที่ปรากฏหลายจุด และประโยคที่ยาวจนจับใจความยาก รายงานเป็นตาราง: ตำแหน่งที่พบ / ปัญหา / ข้อความที่แนะนำ [วางรายงาน]

18. สนับสนุนงานวิจัย นโยบาย และการประเมินผล

ใช้เมื่อ: ต้องทำงานวิชาการ ศึกษาแนวทางนโยบาย หรือประเมินผลโครงการ

คำเตือน: AI อาจสร้างชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ที่ไม่มีอยู่จริง ทุกรายการอ้างอิงต้องตรวจสอบจากฐานข้อมูลจริงก่อนนำไปใช้

  1. สรุปวรรณกรรมจากเอกสารที่มี

    จากบทความและรายงานที่แนบมา ช่วยสังเคราะห์เป็นการทบทวนวรรณกรรมเรื่อง [ระบุหัวข้อ] โดยจัดกลุ่มตามประเด็นไม่ใช่ตามเอกสาร ระบุว่าประเด็นใดที่งานส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ประเด็นใดยังขัดแย้ง และช่องว่างที่ยังไม่มีใครศึกษา อ้างอิงชื่อเอกสารต้นทางทุกครั้ง ห้ามเพิ่มงานวิจัยที่ไม่ได้อยู่ในไฟล์ที่ให้

  2. ร่างกรอบแนวคิดการวิจัย

    ช่วยร่างกรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัยเรื่อง [ระบุ] คำถามวิจัยคือ [ระบุ] ระบุ: ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม ความสัมพันธ์ที่คาดว่าจะพบ ทฤษฎีหรือแนวคิดที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์นั้น และข้อจำกัดของกรอบนี้ อธิบายกรอบด้วยข้อความแบบผังที่นำไปวาดต่อได้ พร้อมเสนอทางเลือกอีก 1 กรอบที่มองปัญหาต่างมุม

  3. แปลบทความวิชาการ

    แปลบทความวิชาการที่แนบมาเป็นภาษาไทย โดยคงความหมายเชิงวิชาการอย่างเคร่งครัด ศัพท์เทคนิคให้ใช้คำแปลไทยที่วงการยอมรับพร้อมวงเล็บภาษาอังกฤษครั้งแรกที่ปรากฏ หากคำใดยังไม่มีคำแปลที่ตกลงกัน ให้คงคำอังกฤษไว้และหมายเหตุอธิบาย ท้ายงานให้สรุปสาระสำคัญของบทความ 10 บรรทัด

  4. ออกแบบการประเมินผลโครงการ

    ช่วยออกแบบการประเมินผลโครงการ [ระบุ] ที่มีงบและเวลาจำกัด ระบุ: คำถามการประเมิน 3–5 ข้อ ตัวชี้วัดของแต่ละคำถาม แหล่งข้อมูลและวิธีเก็บที่ทำได้จริงด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ช่วงเวลาเก็บข้อมูล และวิธีวิเคราะห์ พร้อมระบุข้อจำกัดของการออกแบบนี้อย่างตรงไปตรงมา และสิ่งที่การประเมินนี้จะสรุปไม่ได้

  5. เปรียบเทียบแนวทางเชิงนโยบาย

    เปรียบเทียบแนวทาง [ระบุทางเลือกเชิงนโยบาย 2–3 ทาง] สำหรับการแก้ปัญหา [ระบุ] แสดงเป็นตาราง: หลักการของแต่ละแนวทาง เงื่อนไขที่ต้องมีจึงจะได้ผล ข้อดี ข้อจำกัด ต้นทุนโดยประมาณ และตัวอย่างประเทศหรือหน่วยงานที่เคยใช้ ปิดท้ายด้วยข้อพิจารณาสำหรับบริบทไทย โดยแยกให้ชัดระหว่างข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานกับการวิเคราะห์

19. เสริมสร้างการเรียนรู้ภายในองค์กร

ใช้เมื่อ: ต้องการให้ความรู้ในหน่วยงานไม่หายไปพร้อมกับคนที่ย้ายหรือเกษียณ

  1. ออกแบบกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

    ช่วยออกแบบกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับ [หน่วยงาน] บุคลากร [ระบุจำนวน] คน ที่ใช้เวลาไม่เกิน [ระบุ] ต่อครั้งและทำต่อเนื่องได้จริงโดยไม่กระทบงานประจำ เสนอ 3 รูปแบบ แต่ละรูปแบบระบุ: ความถี่ ผู้ดำเนินการ รูปแบบการดำเนินกิจกรรม วิธีบันทึกความรู้ที่ได้ และวิธีวัดว่าได้ผล พร้อมชี้สาเหตุที่กิจกรรมแบบนี้มักล้มเลิกกลางคันและวิธีป้องกัน

  2. ตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)

    ช่วยร่างแนวทางจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติเรื่อง [ระบุหัวข้อ] ในหน่วยงานราชการ ระบุ: เกณฑ์เลือกหัวข้อที่คนอยากคุยจริง โครงสร้างสมาชิกและบทบาท จังหวะการพบปะ กติกาที่ทำให้คนกล้าเล่าปัญหา วิธีเก็บองค์ความรู้ให้ค้นกลับมาใช้ได้ และตัวชี้วัดความสำเร็จใน 6 เดือนแรก เขียนให้ผู้เริ่มต้นนำไปเสนอผู้บริหารได้เลย

  3. อธิบายแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้

    อธิบายแนวคิด Learning Organization ให้ข้าราชการที่ไม่มีพื้นฐานด้านการบริหารเข้าใจ ความยาว 1 หน้า โดยยกตัวอย่างที่เป็นสถานการณ์ในหน่วยงานราชการไทยจริง ๆ ในทุกองค์ประกอบ และปิดท้ายด้วยสิ่งที่หัวหน้าฝ่ายคนหนึ่งเริ่มทำได้เองพรุ่งนี้ 3 อย่างโดยไม่ต้องรอนโยบายจากส่วนกลาง

  4. กิจกรรมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

    เสนอกิจกรรมสั้น ๆ 5 กิจกรรม สำหรับกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในการปรับปรุงงานของฝ่าย [ระบุ] แต่ละกิจกรรมใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที ทำในห้องประชุมได้ ระบุ: โจทย์ที่ใช้ ขั้นตอน วิธีดึงคนที่ไม่ค่อยพูดให้มีส่วนร่วม และวิธีคัดไอเดียที่ได้ไปทดลองทำจริง เน้นให้จบด้วยสิ่งที่ลงมือได้ ไม่ใช่แค่รายการความคิดเห็น

  5. ถอดความรู้จากงานประจำ

    ช่วยร่างแนวทางถอดองค์ความรู้จากผู้ปฏิบัติงานที่กำลังจะเกษียณหรือย้ายในตำแหน่ง [ระบุ] ระบุ: คำถามสัมภาษณ์ 12 ข้อที่ดึงความรู้เชิงประสบการณ์ซึ่งไม่มีในคู่มือ วิธีบันทึกและจัดเก็บ รูปแบบเอกสารที่ผู้รับช่วงงานใช้ต่อได้ และลำดับความสำคัญว่าควรถอดเรื่องใดก่อนหากมีเวลาจำกัด

20. สร้างกำลังใจและทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน

ใช้เมื่อ: ต้องสื่อสารภายในเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ โดยไม่ให้กลายเป็นคำสวยที่ไม่มีใครอ่าน

  1. ข้อความให้กำลังใจที่มีเนื้อหา

    ช่วยเขียนข้อความให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ [ระบุกลุ่มงาน] ที่กำลังเผชิญ [ระบุสถานการณ์ เช่น ภาระงานหนักช่วงปิดงบ] จำนวน 5 ข้อความ แต่ละข้อความไม่เกิน 3 บรรทัด ต้องอ้างอิงงานจริงที่คนกลุ่มนี้ทำ ไม่ใช่คำปลอบใจทั่วไป และไม่ปฏิเสธความยากลำบากที่เขาเจอ

  2. สื่อสารภายในเชิงบวก

    ร่างข้อความสื่อสารภายในของ [หน่วยงาน] เรื่อง [ระบุ เช่น การชื่นชมทีมที่ทำงานสำเร็จ] ความยาวไม่เกิน 120 คำ ระบุผลงานที่เกิดขึ้นจริงและผลกระทบต่อประชาชนอย่างเจาะจง ชื่นชมพฤติกรรมการทำงานไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ และเลี่ยงคำเยินยอเกินจริงที่ทำให้ข้อความดูไม่จริงใจ

  3. แต่งกลอนสร้างแรงบันดาลใจ

    ช่วยแต่งกลอนสุภาพ 2 บท เกี่ยวกับ [ระบุหัวข้อ เช่น ความภูมิใจของคนทำงานบริการประชาชน] ใช้ภาพจากงานจริงของ [ระบุสายงาน] เช่น เครื่องมือ สถานที่ หรือช่วงเวลาทำงานที่คนในสายงานคุ้นเคย ตรวจฉันทลักษณ์ให้ถูกต้อง และอธิบายท้ายบทว่าแต่ละวรรคสื่อถึงอะไร

  4. เตรียมคำกล่าวสร้างขวัญกำลังใจ

    ช่วยร่างคำกล่าวของ [ตำแหน่งผู้บริหาร] ในโอกาส [ระบุ] ความยาว 2 นาที ที่พูดถึงงานของทีมอย่างเฉพาะเจาะจง ยอมรับความท้าทายที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมา และชี้ทิศทางข้างหน้าให้ชัด หลีกเลี่ยงคำคมสำเร็จรูปและวลีที่คนฟังจนชิน เสนอประโยคเปิดมาให้เลือก 3 แบบ

  5. โพสต์เล่าเรื่องคนทำงานภาครัฐ

    ร่างโพสต์สำหรับโซเชียลของหน่วยงาน เล่าเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ [ระบุกลุ่ม] ความยาว 150–200 คำ ใช้วิธีเล่าเรื่องจากเหตุการณ์จริงหนึ่งเหตุการณ์ [ระบุเหตุการณ์] แทนการบรรยายภาพรวม เปิดด้วยรายละเอียดที่เห็นภาพ ตามด้วยสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำและผลที่เกิดกับประชาชน ปิดท้ายโดยไม่สรุปสั่งสอน ระบุด้วยว่าควรขออนุญาตผู้เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ในประเด็นใดบ้าง


นำไปใช้ต่ออย่างไรให้คุ้มที่สุด

Prompt ในบทความนี้เป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันมากที่สุดคือรายละเอียดเฉพาะของหน่วยงานที่คุณเติมลงไป ทั้งชื่อโครงการ ตัวเลขจริง ระเบียบที่ต้องอ้าง และลักษณะของผู้อ่าน

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ระยะยาว

  • ทำคลัง Prompt ของตัวเอง ทุกครั้งที่ปรับ Prompt แล้วได้ผลดี ให้บันทึกฉบับที่ปรับแล้วเก็บไว้ ภายในไม่กี่เดือนคุณจะมีชุดคำสั่งที่เข้ากับงานของหน่วยงานตัวเองมากกว่าชุดใดในอินเทอร์เน็ต
  • แบ่งปันในทีม Prompt ที่ใช้ได้ผลควรอยู่ในไดรฟ์กลางที่ทุกคนเข้าถึง ไม่ใช่ในเครื่องของคนเดียว
  • ตรวจก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะตัวเลข เลขมาตรา วันที่ และชื่อเฉพาะ ความรับผิดชอบยังอยู่ที่ผู้ลงนามเสมอ
  • ใช้กับงานที่ AI ช่วยได้จริง คือการเรียบเรียง สรุป และร่างฉบับแรก ส่วนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายยังเป็นงานของเจ้าหน้าที่
T
Terbto Training

ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและพัฒนาองค์กร มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในการออกแบบหลักสูตร AI, Leadership และ Digital Transformation

เรียนรู้เพิ่มเติม

สารบัญ

แชร์บทความ

แชร์บน Facebook

สนใจอบรมเรื่องนี้?

Terbto Training จัดหลักสูตรเฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ

ปรึกษาฟรี